ปลูกป่าที่ภูพาน V.1

posted on 04 May 2009 20:17 by jingjing-zhen

 ถ้าจะถามว่าตอนเด็กๆมีใครเคยไปเข้าค่ายบ้าง  รับรองว่าต้องเคยทุกคนนั่นแหละ  จริงไหม  มีทั้งค่ายลูกเสือ ยุวกาชาติ  แต่เดี๋ยวนี้ค่ายมีทุกประเภท  ไม่ว่าจะเป็นค่ายศิลปะ  ค่ายอบรมวิชาการ  ค่ายอบรมจริยธรรม ให้เลือกนับไม่ถ้วน  ยิ่งเด็กในเมืองอย่างกรุงเทพด้วยแล้ว  เด็กยิ่งมีโอกาสมากกว่าเด็กต่างจังหวัดเยอะ  (ว่าไหม)

  แต่ละค่ายก็มีการปลูกฝังเด็กในทางที่ดี  ในแบบที่แตกต่างกัน  ก็คือ  ถ้าค่ายที่ทำงานศิลปะก็จะเน้นให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์  ค่ายวิชาการก็จะเน้นเนื้อหาสาระความรู้  ให้เด็กเก่งในวิชานั้นๆ  โดยทุกที่มีวัตถุประสงค์เดียวกันคือ  อยากให้เด็กได้คุณลักษณะนั้นติดตัวตลอดไป  แต่จะทำอย่างไรดีล่ะ...

  มีคนบอกว่า  เด็กพอมาเข้าค่าย  สิ่งที่เค้าอยากได้คือ ความสนุกสนาน  (แล้วจะเอาอะไรมากกว่านี้ล่ะ)  การมาอยู่ค่ายร่วมกันอาจต้องมีการปรับความคิด  ทัศนคติการอยู่ร่วมกัน  เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ด้วยกันได้  การมาค่ายของเด็กเหมือนกับการเข้ามาอยู่อีกสังคมหนึ่ง  ถ้าสมมติว่าค่ายนั้นมีแต่เด็กที่อายุเท่ากัน (สมมตินะ)  เด็กในค่ายจะรู้สึกเหมือนว่า  ข้าพูดภาษาเดียวกับเอ็ง  จะมีจินตนาการล้ำเลิศมาก  แต่ถ้าหากมีเรื่องใครโตกว่าใครเด็กกว่า (ความอาวุโสเกิดขึ้น)  เด็กที่อายุน้อยกว่า  เวลาออกความคิดจะถูกคนที่โตกว่าบอกว่า "อะไรมั่วเลย ไม่ใช่หรอก  มันต้องแบบนี้"  "เงียบไปเลย ไม่รู้เรื่อง"  #$&*+#@  ลองมองดูดิ่ เด็กมันทะเลาะกัน เหมือนผู้ใหญ่ไม่มีผิด  หรือว่า  "มันเป็นการเลียนแบบผู้ใหญ่โดยไม่รู้ตัว"

  ครั้งนี้เป็นค่ายปลูกป่า  รักษาแหล่งน้ำ  มีวิทยากรรับเชิญคือพ่อเล็ก กุดวงศ์แก้ว  ที่มาเล่านิทานให้ฟัง  เป็นนิทานที่อาจทำให้เราอาจต้องมองการศึกษาใหม่  จากการศึกษาเดิมที่สอนให้เราเป็นพวกบ้าวัตถุนิยม  ให้ยกย่องเงิน  ให้มีเงินเยอะๆ  แล้วเอาเงินไปซื้อนู่นซื้อนี่  ให้กลายเป็นพวกบริโภคนิยม  สอนให้เราเห็นแก่ตัว  เอาชนะคนรอบข้าง  แล้วสุดท้ายใครให้คำตอบได้บ้างว่าเพื่ออะไร

  มีเรื่องเล่าว่าชาวอีสาน  นิยมผูกเสี่ยวกับต้นไม้  ก็คือว่าเหมือนเป็นการผูกกับต้นไม้ต้นหนึ่งให้ต้นไม้ต้นนั้นเป็นเหมือนกับเพื่อนแท้ของเราตลอดไป  จนกว่าจะตายจากกันไป  ก็ดีเหมือนกันเนอะ  รู้สึกดี  เป็นเหมือนการให้ความสำคัญกับต้นไม้ของเรา  ให้เราไม่รู้สึกอยากทำลายมัน  สร้างสำนึกการหวงแหน  ถ้าคนไทยทุกคนผูกเสี่ยวกับต้นไม้คนละต้นคงดีเนอะ

 

ศิลปะสีน้ำ

posted on 20 Apr 2009 00:41 by jingjing-zhen

  พอพูดถึงสีน้ำ หลายคนคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก  ในช่วงวิชาเรียนศิลปะที่เราใช้เยอะมาก  แต่ตอนที่เรียนนั้นอาจยังมองไม่เห็นถึงความสวยของมัน  บ้างก็ว่าระบายยาก บ้างก็ว่าผสมสีไม่ถูกใจเสียที  ก็ว่ากันไป...

  หลังจากได้ไปทดลองวาดรูปสีน้ำมาซักวันหนึ่ง  ที่หอศิลป์สิริกิตติ์ฯ  ก็ได้รู้ว่าเสน่ห์ของสีน้ำอยู่ที่  "ความโปร่งแสงของกระดาษ เพราะสีน้ำมันวาดบนไม้ไม่ได้ วาดบนผ้าใบไม่ได้" 

  ถ้าถามว่าสีน้ำสวยตรงไหน. 

 

  สวยที่ความสบายตา  เพราะว่ามักจะลงสีที่อ่อน  มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ถ้าเทียบกับสีอะคริลิกหรือสีน้ำมัน  จากนักวิเคราะห์มือสมัครเล่น  แต่เราก็ชอบสีน้ำมันนะ มันดูสมจริงดี มันเหมือนเราเข้าไปอยู่ในภาพเหตุการณ์นั้นได้เลย บางทีนะ

  แต่ถ้าใครยังไม่เคยได้สัมผัสการเขียนสีน้ำต้องลองดู  เพราะว่า  สีน้ำต้องอาศัยความใจเย็น  และทีสำคัญคือ  ต้องพอประมาณ  ถ้าเราคิดว่าทำออกมา  สวยแล้ว  ก็หยุดซะ  เนื่องจากว่าถ้าเติมมากกว่านี้ มันจะกลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ออกเละๆ

  จากที่ไปวาดเค้าสอนเกี่ยวกับการวาดวิว(Landscape)  สอนแบบขั้นพื้นฐาน  ซึ่งหากต้องการเก่งก็ ต้องใช้การฝึกฝน

  ส่วนใครสนใจ  ครั้งหน้ามีสอนอีก เป็นการสอนวาดรูปดอกไม้โดยใช้สีน้ำ วันที่ 2 พฤษภาคมนี้  เวลาบ่ายโมงถึงสี่โมงเย็นที่หอศิลป์  มีอุปกรณ์ให้เรียบร้อยไม่ต้องเตรียมไปเอง  แต่ถ้าชอบวาดสีน้ำก็มีอุปกรณ์ราคาถูกกว่าท้องตลาดขาย