posted on 19 Jun 2008 01:20 by jingjing-zhen
ใครเคยเป็นแบบนี้ไหม
ตอนเด็กๆ อยากเป็นนู่น อยากเป็นนี่ เลือกไม่ได้ซักอย่างว่าจะเป็นแบบไหน พอเราโตขึ้นมาอีกหน่อย ตัวเลือกในการอยากเป็นนั่นเป็นนี่ เริ่มลดน้อยลงไป แต่มีตัวเลือกอยากเป็นอย่างอื่นเข้ามาแทนท ี่
ตัวเลือกที่อยากเป็นแต่ละตัวเลือกของหลายๆคน อาจจะมาจากความประทับใจ , ประสบการณ์ที่เคยได้รับมา กับสิ่งที่ได้สั่งสมมาจากอดีตโดยที่เราไม่รู้ตัว
จนพอเราโตขึ้นเรื่อยๆเราเริ่มเลือกที่จะเป็นได้น้อยลง เพราะเรามัวคิดถึงเรื่องภาพลักษณ์ ความเหมาะสม จนมันเหลืออย่างที่เราคิดว่าเหมาะกับเรามากที่สุด เพียงอย่างไม่กี่อย่าง
แต่สำหรับฉันเองนี่คือการเริ่มต้น "ลอง" เป็นบางสิ่งบางอย่างที่อยากเป็น และกำลังลงมือทำ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้คิดถึงผลที่ตามมามันจะใช้ได้ไหม ถ้าไม่ได้ยังไง นี่ก็คือประสบการณ์อย่างหนึ่งมิใช่หรือ
ซึ่งสิ่งแรกที่เราจะเริ่มลองเป็นกันก็คือ "เราจะไปเป็นนักข่าว"
edit @ 19 Jun 2008 01:41:14 by jingjing
edit @ 24 Jun 2008 12:30:31 by jingjing
posted on 19 Jun 2008 00:50 by jingjing-zhen
ก่อนที่จะมาเขียนหัวข้อนี้เรารู้สึกว่า เราคิดแล้วคิดอีกจะเขียนดีไหม เรื่องของเรื่องคือ มันเป็นเรื่องอึดอัดอั้นตันใจมาก จากการที่เราได้เข้าร่วมประชุมของสภาในครั้งแรกตอนปี2 ความรู้สึกของเราก็คือ ที่แห่งนี้มีการทำงานอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เราจะเข้ามาเรียนรู้ และเราจะเข้ามาทำหน้าทในนี้ี่ให้ดีที่สุด ซึ่งหน้าที่คือ ทำงานพวกพิทักษ์สิทธิของนักศึกษาที่ควร/ไม่ควรได้ ควร/ไม่ควรมี ่ดูแลเกี่ยวกับนโยบายและการเงินที่จะแบ่งสรรให้กับชมรม
พอมีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นความเป็นเพื่อนกัน ความเห็นอกเห็นใจกัน เพราะทุกคนต้องการ"เงิน" เราเข้าใจว่าทุกคนอยากเอาเงินนี้ไปทำประโยชน์ แต่ด้วยจำนวนเงินมีไม่มากพอที่จะให้ใครก็ได้ที่ส่งโครงการเข้ามาสามารถได้เงินกลับไปเลย ซึ่งทุกอย่างมันถูกกำหนดโดยกระบวนการ ซึ่งทั้งหมดนี้เองที่มันทำให้เรารู้สึกว่า พวกเรา(ที่มาทำงานตรงนี้)ผิดไหมที่ให้"เงิน"เค้า(คนที่มายื่ีนของบทำโครงการ่)ไม่เต็มจำนวนที่เค้าขอมา เพื่อปันเงินบางส่วนช่วยโครงการที่เหลืออีกเป็นจำนวนมากที่ต้องการ "เงิน" เหมือนกัน
posted on 19 Jun 2008 00:23 by jingjing-zhen
โครงการ LDP (Leadership Development Program) จัดขึ้นโดยบริษัท C.P. All ที่ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา การไปที่นั่นทำให้ได้เพื่อนที่หลากหลายมหาวิทยาลัย แต่ละคนมี character เป็นของตัวเอง มีคนชอบเล่นกีตาร์ ชอบถึงขนาดว่าเวลาเข้าฐานแบบเลอะๆ ก็ยังต้องพกมันไปด้วย ซึ่งเจ้ากีตาร์นี่แหละ ที่ภายหลังทำให้พวกเราได้เพลงประจำรุ่นที่ทุกคนช่วยกันแต่งและก็ร้องตอนวันปิดงาน แต่ที่เด่นคือ
คนที่มาค่ายนี้ทุกคนสนิทกันเร็วมาก
เป็นประมาณพวกมีความคิดเป็นของตัวเอง กล้าแสดงความเห็น
ซึ่งต่างจากในห้องเรียน ทุกคนเป็นพวกความคิดสร้างสรรค์บรรเจิด แบบโยนอะไรไปกลางวงหนึ่งอย่าง มันก็จะมีการเพิ่มไอเดียเข้าไปเรื่อยๆ โยนกันเข้าไปจนเป็นรูปเป็นร่าง ทุกคนคิดเร็ว
ทำเร็ว (ทำให้เวลากลับมาที่มหาลัยพอคุยกับเพื่อนแล้วเหมือนมันไม่ค่อยทันใจ ประมาณว่าช้าจัง )
ยกตัวอย่างเช่น เค้ามีกิจกรรม
ให้แต่ละกลุ่มมาจับฉลาก ก็มีหัวข้อประมาณว่า เซเว่นในฝันของคุณเป็นอย่างไร หรือ เซเว่นกับความรับผิดชอบต่อสังคม และอีกหลายหัวข้อมากมาย วันหนึ่งเปลี่ยนกลุ่มหลายรอบมาก แบบไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่ครึ่งวันก็จำชื่อเพื่อนได้ครบหมดเลย
จากนั้นก็ให้ทำ Presentation กลุ่มละ 5 คน 5 นาที ซึ่งในระหว่างวันก็มีกิจกรรมตลอดเวลา เท่าที่เรารู้สึกนะ เหมือนเป็นการมาเผยแพร่วัฒนธรรมองค์กรอะไรประมาณเนี๊ยะ
นอกจากกิจกรรมแล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้ของที่นี่เลยก็คือ โกะ (หมากล้อม) สงสัยจัง ว่าเค้าเล่นกันเป็นทั้งองค์กรเลยรึเปล่าน้า
ในวันสุดท้ายก็มีการนำบุคคลากรของซีพีนี่แหละ แต่เค้าอยู่ตำแหน่งเลขาฯ ของผู้บริหารระดับสูง ซึ่งตอนเราประถมเราเคยอยากเป็นนะตำแหน่งเนี๊ยะ เพราะเราชอบจด เจออะไรก็จดจดจด แต่พี่เค้าเล่าให้ฟังว่า งานเลขาฯไม่เหมือนกับงาน Massenger เราต้องพยายามคิดแทนนายไปก่อน 1 step ไม่ใช่รับงานมาแล้วส่งให้นายเลย ต้องมีความรอบคอบ ต้องรักษาหน้านาย และเป็นคนที่จดจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆได้ดี นี่แหละงานของตำแหน่งเลขาฯ ถ้าใครอยากเป็นก็น่าจะมีคุณสมบัติเบื้องต้นพวกนี้
edit @ 19 Jun 2008 01:15:21 by jingjing